Activities at the Royal Thai Embassy
Fond memories : Story and Photos by Lyn Mills, Canberra times
[ :: More :: อ่านเพิ่มเติม :: ]
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในวันเสาร์ที่ 3 ธ.ค.2554 และวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. 2554
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระ ชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา โดยในวันเสาร์ที่ 3 ธ.ค.2554 ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ นายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูต ได้เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลสำหรับชุมชนไทย กล่าวเทิดพระเกียรติคุณและกล่าวถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในมิติต่าง ๆ มีข้าราชการจากสำนักงานทุกแห่งพร้อมครอบครัว และชุมชนไทยในกรุงแคนเบอร์รา และบริเวณใกล้เคียงประมาณ 150 คน มาลงนามถวายพระพร จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และรับประทานอาหารร่วมกัน ต่อมาในวันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. 2554 เอกอัครราชทูตฯ ได้เป็นประธาน และกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อปวงชนชาวไทย ในงานเลี้ยงรับรองสำหรับชาวต่างชาติ ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนประมาณ 350 คน ซึ่งประกอบด้วยคณะทูตานุทูต ผู้แทนภาครัฐและเอกชนออสเตรเลีย รวมทั้ง The Honourable Peter Slipper ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนาย Gary Humphries วุฒิสมาชิก โดยมี Ms. Anne Plunkett อธิบดีกรมพิธีการทูต กระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้แทนฝ่ายออสเตรเลียเข้าร่วมงานดังกล่าว และมีพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์มงกุฎไทยให้แก่นาย Michael Joseph Keelty อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียที่ได้ทำคุณประโยชน์ต่อความร่วมมือด้านตำรวจระหว่างไทยและออสเตรเลียด้วย
[ :: Photos :: ]
The Royal Thai Embassy, Team Thailand, and Friends of Thailand attended the Australia-Thailand Institute Networking Event on 30 November 2011.
[ :: Photos :: ]
Thai field research grant to address human trafficking in Asia
[ :: Link :: ]
Australia’s engagement with Thailand increased through research
[ :: Link :: ]
H.E.Dr. Kriangsak Kittichaisaree was elected as member of the UN International Law Commission (ILC).
[ :: Link :: ]
[ :: ข่าวจากมติชน :: ]
[ :: ข่าวจากคมชัดลึก :: ]
Ambassador Kriangsak Kittichaisaree has been elected, for an unlimited term, Chairman of the Working Group on Administration of Justice at the United Nations. The Working Group is one of the only 3 Working Groups on legal matters set up by the UN General Assembly, the other two Working Groups being the Working Group on International Terrorism and the Working Group on Universal Jurisdiction.
ดร. เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ออท. ณ กรุงแคนเบอร์ราได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะทำงานว่าด้วยการบริหารงานยุติธรรมในองค์การสหประชาชาติ โดยไม่มีการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง และเป็นคนไทยคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ คณะทำงานฯ นี้เป็นหนึ่งในสามคณะทำงานด้านกฎหมายของสมัชชาสหประชาชาติ
[ :: Photos :: ]
[ :: News from Matichon Online :: ]
The Royal Thai Embassy recently made a donation to the ACT Down Syndrome Association, Vision Australia Canberra, Barnardos, Reconciliation Australia, and Children's Health & Environment Program through the Royal Children's Hospital Foundation, QLD.
[ :: Photos :: ]
ประชุมทีมประเทศไทย วันที่ 25 ส.ค. 2554 ณ สถานเอกอัครราชทูต
เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2554 นายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูต ได้เป็นประธานในการประชุมทีมประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา โดยมีทีมประเทศไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา และทีมประเทศไทย ณ นครซิดนีย์ นำทีมโดย กสญ. ณ นครซิดนีย์ พร้อมทั้งผู้จัดการทั่วไปของการบินไทยจากทั่วทุกสำนักงานในออสเตรเลีย เข้าร่วมการประชุม มีการหารือเกี่ยวกับภารกิจที่สำคัญต่างๆ ของทีมประเทศไทยที่ผ่านมา แผนงานในไตรมาสที่ 4 รวมทั้งการจัดงาน Thai Food and Cultural Festival ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 ก.ย. ศกนี้ นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตมีกำหนดยื่นพระราชสาส์นที่ปาปัวนิวกินี (30 ส.ค. 2554) และที่ฟิจิ (6 ก.ย. 2554) และในวันที่ 2 ก.ย. นี้ เอกอัครราชทูต และ กสญ. จะได้เดินทางไปยังนครบริสเบนเพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักเตะทีมชาติไทยที่จะมาแข่งขันฟุตบอล FIFA รอบคัดเลือกด้วย
ศ. ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยือนนครบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 4 - 9 ส.ค. 2554 เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ
วันศุกร์ที่ 5 ส.ค. 2554 ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จยัง Education and Training Centre, Royal Brisbane Women and Children Hospital เพื่อทรงร่วมพิธีเปิดการประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องสภาวะแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก ในโอกาสเปิดโครงการ Children’s Health and Environment Program (CHEP) และได้ทรงบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สารก่อมะเร็งจากสภาวะแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็ก” (Environmental Carcinogens: Exposure and Impacts on Children’s Health)
วันที่ 8 ส.ค. 2554 ศ. ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีได้เสด็จยังทำเนียบผู้สำเร็จราชการรัฐควีนส์แลนด์ เพื่อทรงพระราชทานวโรกาสให้นาง Penelope Wensley ผู้สำเร็จราชการ (Governor) รัฐควีนส์แลนด์เข้าเฝ้าและทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนาง Wensley โดยมี ออท. ณ กรุงแคนเบอร์รา และ รศ. ดร. คุณหญิงมธุรส รุจิรวัฒน์ รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เข้าร่วมด้วย
จากนั้น ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้พระราชทานพระวโรกาสให้ ออท. ณ กรุงแคนเบอร์รา เบิกผู้แทนชุมชนไทย และข้าราชการ สอท.ฯ รวมจำนวนประมาณ 140 คนเข้าเฝ้า ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Stamford Plaza Brisbane ในโอกาสดังกล่าว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ได้ทรงเครื่องดนตรีกู่เจิง ทรงขับร้องเพลง และทรงมีพระดำรัสต่อชุมชนไทย สรุปใจความได้ว่า ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่โชคดี เนื่องจากมี “ดี” อยู่ 3 ประการ คือ ชาติดี ศาสนาดี และพระมหากษัตริย์ดี คนไทยจึงควรหวงแหนและปกป้องสิ่งดี ๆ เหล่านี้ของประเทศไทยไว้ นอกจากนี้ ผู้แทนชุมชนไทยจำนวน 11 รายได้ทูลเกล้าถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระอัธยาศัย และคนไทยที่มาเข้าเฝ้าจำนวนมากยังได้ซื้อสร้อยมุกในโครงการถักร้อย-สร้อยรัก เพื่อสมทบทุนกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์อีกด้วย
"Toes on the Edge" in Thailand, January 2011
The Royal Thai Embassy supported Australia - Thailand contemporary dance tour "Toes on the Edge" in January this year.
The Embassy were a valuable ally in developing cultural knowledge among the dancers, and providing a bridge to other opportunities in Thailand. The Ambassador, Dr Kriangsak Kittichaisaree, hosted a dinner in honour of the group of visiting Thai dancers in July; and the First Secretary, Kitirat Panupong, hosted them at his home. Then immediately prior to the tour, the Embassy ran a special cultural breifing of all dancers and parents at the Embassy. This was a very valuable experience, enabling the dancers to understand some of culture, history, background and etiquette that were important for us to be both aware tourists and sensitive guests in another culture. The staff of the embassy attended the 'showing' of the piece prior to leaving Australia.
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราได้จัดการสอนทำอาหารไทยเดือนละ 1 ครั้งให้แก่สมาชิกสมาคมสตรีนานาชาติ ซึ่งประกอบด้วย คู่สมรสของเจ้าหน้าที่การทูต และสาธารณชนออสเตรเลีย ที่มีบทบาทในด้านการต่างประเทศ โดยมีแม่ครัวของสถานเอกอัครราชทูตฯ และร้านอาหารไทยในกรุงแคนเบอร์ราหมุนเวียนกันมาเป็นผู้แสดงการสาธิต ได้แก่ ร้านเลมอนกราส สาธิตในเดือนมีนาคม และ ร้านเส้นใหญ่สาธิตในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้จัดการสอนทำอาหารไทย และการแกะสลักผักและผลไม้ ให้แก่คนไทยและผู้ที่สนใจโดยไม่คิด ค่าใช้จ่าย โดยมีคนไทยในกรุงแคนเบอร์รา รวมทั้ง แม่ครัวของสถานเอกอัครราชทูตฯ ผลัดเปลี่ยนกันมาสอน นอกจากนี้ ยังมีการสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติโดยอาจารย์จินตนา ซานดิแลนด์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ที่วัดธัมมธโร ทุกวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ซึ่งการสอนภาษาไทยนี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี2553 เพื่อเป็นการส่งเสริมอาหารไทยและเผยแพร่วัฒนธรรมไทย
7 มิถุนายน 2554
[ :: Photos :: ]
ออท. เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี นำคณะนักธุรกิจจากเครือรัฐออสเตรเลียเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี (24/5/2554)
| นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับคณะนักธุรกิจจากเครือรัฐออสเตรเลีย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นเกี่ยวกับศักยภาพเศรษฐกิจไทยในฐานะฐาน การลงทุนของออสเตรเลีย ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
|
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะนักธุรกิจจากเครือรัฐออสเตรเลียเดินทางมาเยือนไทยเป็นการบ่งบอกอย่าง ชัดเจนถึงความเชื่อมั่นของนักธุรกิจระหว่างประเทศที่มีต่อศักยภาพทาง เศรษฐกิจของไทย นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ยังมีการเติบโตอย่างน่าพอใจ ทำให้รัฐบาลมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตตามเป้าหมายที่ร้อย 3.5-4.5 ตลอดปี ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ดูแลปัญหาเงินเฟ้อและเฝ้าระวังราคาสินค้าที่พุ่ง สูง ทั้งนี้ ไทยยังเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเป็นหนึ่งในสิบประเทศผู้ส่งออกรถปิกอัพของโลก และยังมีความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับออสเตรเลียและประเทศอื่นๆ ด้วย ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวด้วยความประหลาดใจว่า จำนวนนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางมาเที่ยวไทยนั้นสูงกว่าจำนวนนักท่อง เที่ยวชาวจีนและญี่ปุ่นแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังเป็นเป้าหมายสำคัญของการท่องเที่ยว
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ตอบคำถามของนักธุรกิจออสเตรเลียถึงความร่วมมือ ไทย-ออสเตรเลีย โดยทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันในสาขาที่ต่างมีศักยภาพหรือให้ความสนใจ อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร ความปลอดภัยด้านอาหาร การวิจัยและพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต พลังงานทางเลือกและการบริการ ขณะเดียวกันนักธุรกิจออสเตรเลียยังได้ย้ำถึงความชัดเจนของมาตรการภาษีและ สิทธิประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่จะมีส่วนช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนในประเทศด้วย |
ปวีณา ปริวัฒนศักดิ์/กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี
ที่มา http://www.thaigov.go.th
[ :: Photos :: ]
ออท. เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เยือนนครอะดิเหลด รัฐออสเตรเลียใต้ ระหว่างวันที่ 5-6 พ.ค. 2554
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2554 ออท. เกรียงศักดิ์ฯ ได้รับเชิญให้ไปกล่าวปาฐกถาเรื่อง “Thailand's and Australia's places in the ASEAN Community in 2015 and beyond” ที่ The Bob Hawke Prime Ministerial Centre, University of South Australia มีแขกรับเชิญเข้าร่วมรับฟังประมาณ 120 คน ประกอบด้วยนาย Hieu van Le, South Australia Lieutenant Governor, ศ. Peter Høj รองอธิการบดีของ University of South Australia เจ้าหน้าที่ภาครัฐ นักธุรกิจ นักวิชาการ นักศึกษาและชุมชนไทย ซึ่งในการบรรยายดังกล่าว ออท. เกรียงศักดิ์ฯ ได้เน้นถึงพัฒนาการต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาค อาทิ การจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี 2558 การเพิ่มจำนวนสมาชิก / การขยายบทบาทของ EAS และบทบาทของจีนที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมโยงของการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศ ล้วนส่งผลให้ออสเตรเลียจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์เพื่อทบทวนนโยบายและปรับบทบาท/ท่าทีให้เหมาะสม ทั้งนี้ โดยจำเป็นต้องคำนึงถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไทยที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ความเป็นหุ้นส่วนและความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของไทยต่อออสเตรเลีย ทั้งในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม
นอกจากนี้ ในโอกาสที่ ออท. เกรียงศักดิ์ฯ ได้เดินทางไปเยือนนครอะดิเหลดในครั้งนี้ ออท. เกรียงศักดิ์ฯ ยังได้มีภารกิจสำคัญต่างๆ ดังต่อไปนี้
- การหารือกับนาย Hieu van Le และเจ้าหน้าที่ภาครัฐของรัฐ South Australia เกี่ยวกับการขยายโอกาสการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะโอกาสที่นักลงทุนของไทยจะไปลงทุนในรัฐ South Australia เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังได้รับเชิญให้พิจารณาเข้าร่วมงาน / กิจกรรมภายใต้งาน OzAsia Festival ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม จัดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย. เป็นประจำทุกปีที่นครอะดิเหลด
- การหารือกับผู้บริหารระดับสูงของทั้ง University of South Australia และ University of Adelaide เกี่ยวกับการขยายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกัน การจัดตั้งศูนย์ไทยศึกษาในประเทศออสเตรเลียและการส่งเสริมให้มีการศึกษาเกี่ยวกับประเทศไทยในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยทั้งสอง รวมทั้งการส่งเสริมให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยทั้งสองไปศึกษาต่อในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น
- การพบปะทำความรู้จักกับผู้แทนนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในนครอะดิเหลด (University of South Australia, University of Adelaide และ Flinders University) เพื่อรับฟังสารทุกข์สุขดิบของนักศึกษาไทย การส่งเสริมให้นักศึกษาจากแต่ละมหาวิทยาลัยมีความสมัครสมานสามัคคี และรวมตัวกันจัดตั้งเป็นชมรมเพื่อจัดกิจกรรมสาธารณะต่างๆ รวมถึงการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของไทยต่อชาวออสเตรเลีย
- การสัมมนาโต๊ะกลมและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการด้านกฎหมาย ความมั่นคง และสิทธิมนุษยชนกับกลุ่มนักวิชาการของ University of South Australia
On 5 May 2011, H.E. Dr. Kraingsak Kittichaisaree was invited to give a public lecture on “Thailand's and Australia's places in the ASEAN Community in 2015 and beyond” at the Bob Hawke Prime Ministerial Centre, University of South Australia, with approximately 120 audience comprising Mr. Hieu van Le, South Australia Lieutenant Governor, Professor Peter Høj, Vice-Chancellor of the University of South Australia, government officials., business people, academicians, students, and members of the Thai community. In his presentation, Ambassador Kraingsak emphasized Thailand and Australia’s close, productive and multi-faceted relations, both bilaterally and at the regional level. Although renowned for its excellent food and tourist attractions, Thailand's strategic importance to Australia, in terms of security, political, and economic partnerships, is not realized by most Australians. Thailand is geographically and strategically situated at the centre of South-East Asia, linking the south of China, with Indochina, and the rest of the Asia-Pacific region. The Association of Southeast Asian Nations (ASEAN), consisting of 10 thriving member countries in South-East Asia, which actually neighbours to the near north of Australia, will become the ASEAN Community in 2015. Australia must, therefore, re-assess its policy in order to maximize what it could gain from the ASEAN Community, with Thailand as its important ally.
In addition, Ambassador Kriangsak has taken this opportunity during his visit to Adelaide in doing the following.
- Discussion with Mr. Hieu van Le, South Australia Lieutenant Governor, and some officials from the SA Government, about expanding trade and investment opportunities between the Thailand and South Australia, particularly potential sectors suitable for Thai investment in South Australia. Furthermore, the Embassy and the local Thai community were invited to participate in OzAsia Festival showcasing various forms of arts and cultures, organized in September annually in Adelaide.
- Discussion with the Vice-Chancellors and the Pro Vice-Chancellors (International) of both the University of South Australia and the University of Adelaide on academic exchanges, promoting Thai studies in the curriculum, and encouraging more Australians to further their studies / conduct their field research in Thailand.
- Meeting with representatives of Thai students at the University of South Australia, University of Adelaide, and Flinders University. Ambassador Kriangsak encouraged them to unite, through the formation of a Thai student association, in organizing various activities that would contribute positively to promoting Thai arts and culture in South Australia.
- An academic roundtable discussion with academicians from the University of South Australia on legal issues, security and human rights.
[ :: Photos :: ]
การสาธิตการทำอาหารไทย สถานเอกอัครรราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
วันที่ 12 พ.ค. 2554 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดการสาธิตทำอาหารไทย (ต้มยำกุ้งและขนมเบื้อง) ให้แก่คู่สมรสของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาออสเตรเลีย โดยมีผู้เข้าร่วม 25 คน กิจกรรมนี้เป็นการดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในกรอบของ การทูตสาธารณะ และยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯกับฝ่าย นิติบัญญัติของออสเตรเลีย
[ :: Photos :: ]
Songkran Festival in Canberra 2011
Songkran Festival in Canberra 2011
Songkran, which literally means the entry of the sun into a sign of the Zodiac, marks the beginning of the traditional Thai New Year. It is a widely celebrated 3-day event in the middle of April throughout Thailand. The Buddhist Songkran ceremony is generally composed of cleansing the Bhudda images with fresh-flower fragrant water and of offering alms to Buddhist monks and the temples. The act of cleansing symbolizes the washing away of all things bad, and the latter brings the blessing for the new beginning. The Thai communities and the temples abroad have long observed this auspicious occasion. It presents an opportunity for the Thai communities and friends of Thailand to celebrate this joyous time together.
The Royal Thai Embassy in Canberra has always been active in supporting and participating in the Songkran festival here in Canberra. This year, the Sala Thai of the Embassy served as the venue of the Thai New Year 2011 Celebration on Sunday 3 April 2011. The evening, attended by 200 distinguished guests, offered fine Thai cuisine and various cultural performances.
On Sunday 17 April 2011, Ambassador Kriangsak Kittichaisaree presided over the formal ceremony of Canberra’s Songkran Festival, attended by the Embassy’s and Team Thailand’s officials, the Thai community and friends of Thailand. The fundraising profits from the Embassy’s food stall will contribute towards the Bhuddawas or the Buddha Area building project of Wat Dhammadharo. Canberra’s Songkran Festival is a public event held annually at Wat Dhammadharo in Lyneham. Each year, over a thousand people attend the festival to participate in the ceremony, to sample a variety of authentic Thai food, to mingle and to enjoy the festive atmosphere.
งานประเพณีสงกรานต์ ณ ศาลาไทย สถานเอกอัครรราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
และที่วัดไทยธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองงานประเพณีสงกรานต์
2 งานในปี 2554 คือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2554 งาน Thai New Year 2011 ได้จัดขึ้น ณ ศาลาไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา มีพิธีสรงน้ำพระ งานเลี้ยงอาหารค่ำ การแสดงทางวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และการประกวด
ธิดาสงกรานต์ โดยมีคณะทูตานุทูตและแขกมีผู้มีเกียรติจากกรุงแคนเบอร์ราเข้าร่วมงานประมาณ 200 คน
ต่อมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2554 นายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูต
ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้เป็นประธานในพิธีสรงน้ำพระ ถวายสังฆทาน และกล่าวเปิดงานสงกรานต์ ณ วัดไทยธัมมธโร อย่างเป็นทางการ และร่วมพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ โดยมีหัวหน้าสำนักงาน ข้าราชการและคู่สมรส เข้าร่วมงานดังกล่าว ซึ่งในปีนี้ สถานเอกอัครราชทูตจะมอบรายได้
จากการขายอาหารในงานให้แก่วัดธัมมธโรเพื่อสมทบทุนในโครงการก่อสร้างเขตพุทธาวาสต่อไป ทั้งนี้ งานสงกรานต์ที่วัดไทยธัมธโรมีขึ้นเป็นประจำทุกปี และมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน
ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 1,000 คน ในโอกาสเดียวกันนี้ เอกอัครราชทูตได้แนะนำ
อัครราชทูต ปสันน์ เทพรักษ์ และครอบครัว ซึ่งเพิ่งเดินทางมารับหน้าที่เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2554
Thai Food and Cultural Festival in Brisbane 2010
The Inaugural Thai Culture & Food Festival in Brisbane,
Sunday 3 October 2010 at the Cultural Forecourt at the Parklands, South Bank, Brisbane, Queensland, Australia
The Royal Thai Embassy, Canberra, in cooperation with the Thai Culture & Food Festival Inc. joined hands in organizing the first-ever Thai Culture & Food Festival in Brisbane on 3 October 2010 at the Cultural Forecourt at the Parklands in South Bank, the former venue of the World Expo in Brisbane in 1988.
The Thai Culture & Food Festival in Brisbane would not have been possible without the services of Thai Culture & Food Festival Inc. and its highly professional team consisting of several dedicated and competent members coming to help from Melbourne and numerous supports from the local Thai community in Brisbane (including Thai Buddhist temples, Thai restaurants, Thai students, expatriates and businesspeople selling/promoting various quality Thai goods and services), the Tourism Authority of Thailand, Thai Airways International, the Brisbane City Council, the Australia-Thailand Institute (within the Department of Foreign Affairs and Trade), Boonrawd Brewery (Singha Beer), PanAust (one of Australia’s successful mining companies which is in the process of investing in the biggest copper mine in Thailand) and local media.
The Festival in Brisbane commenced with a Buddhist ceremony and blessings, followed by a formal opening ceremony which was presided by Ms. Annastacia Palaszczuk MP, State Minister for Disability Services and Multicultural Affairs, Mr. Graham Quirk, Deputy Mayor and Chairperson for Infrastructure, Responsible for International Relations and Multicultural Affairs for Brisbane City, H.E. Dr. Kriangsak Kittichaisaree, Ambassador of the Kingdom of Thailand to the Commonwealth of Australia, and Mr. William Dunn, Honorary Consul-General, Brisbane. Ms. Palaszczuk and Mr. Quirk welcomed the Thai Festival in Brisbane with excitement and both declared that the state of Queensland would give a full support for the Thai Festival to become an annual event.
Stage performances included a variety of traditional Thai dances in beautiful costumes, musical concerts, “Miss Thai Festival” pageant, cooking demonstration, etc. Thai food was very popular, with each food stall of local Thai restaurants full of people queuing up throughout the day in search of delicious authentic Thai food. It was estimated that, despite uncooperative weather of rain and shower, more than 25,000 visitors, Thais and Australians combined, came to attend and enjoy the Festival.
The Festival proved to be a great success, not only showcasing various aspects of Thailand and its culture to the Australian people, but also promoting tourism in Thailand. Furthermore, hosting the successful Festival at this grand scale helped strengthen unity among the Thai community in Brisbane.
At present, Thailand is the fourth most popular overseas destination for Australian tourists. Thai Airways International connects Thailand and Australia with more than 40 flights a week, between Bangkok and four majors Australian cities, namely Sydney, Melbourne, Perth and Brisbane.
งานเทศกาล Thai Culture & Food Festival วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ที่ Cultural Forecourt at the Parklands, South Bank นครบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย
สถานเอกอัครราชทูตฯ และ Thai Culture & Food Festival Inc. รวมทั้งทีมงานผู้จัดงานที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการจัดงานเทศกาลใหญ่ประจำปี Thai Culture & Food Festival ที่นครเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ได้ร่วมกันจัดเทศกาล Thai Culture & Food Festival เป็นครั้งแรกที่นครบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ที่ Cultural Forecourt at the Parklands, South Bank ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบันเทิงและกิจกรรมสันทนาการ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ และเคยใช้เป็นสถานที่จัดงาน World Expo เมื่อปี ค.ศ. 1988 โดยการจัดงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากชุมชนไทยในนครบริสเบน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัทการบินไทย Brisbane City Council, Australia-Thailand Institute (ภายใต้สังกัดกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย) บริษัทบุญรอดบริวเวอรี่จำกัด (เบียร์สิงห์) บริษัท PanAust (ธุรกิจเหมืองแร่ของออสเตรเลียที่มีแผนจะลงทุนประกอบธุรกิจเหมืองทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย) ตลอดจนสื่อมวลชนท้องถิ่นและห้างร้านที่ร่วมออกร้านขายอาหาร สินค้า และบริการต่างๆ ของไทย
กิจกรรมในงานเริ่มต้นด้วยพิธีสงฆ์ตามประเพณีของพุทธศาสนา และพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการมี ส.ส. Annastacia Palaszczuk รัฐมนตรีด้านการให้บริการคนพิการและกิจการด้านพหุวัฒนธรรมของรัฐควีนส์แลนด์ และนาย Graham Quirk รองนายกเทศมนตรีและประธานงานโครงสร้างพื้นฐาน รับผิดชอบงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจการด้านพหุวัฒนธรรม พร้อมทั้งเอกอัครราชทูตฯ และกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครบริสเบน ร่วมเป็นประธานในพิธี โดย ส.ส. Palaszczuk และนาย Quirk ต่างได้กล่าวให้การต้อนรับเทศกาลไทยในนครบริสเบน และรัฐควีนส์แลนด์ยินดีที่จะให้การสนับสนุนเพื่อให้สามารถจัดเป็นเทศกาลประจำปีได้ต่อไปเช่นเดียวกับที่นครเมลเบิร์น
กิจกรรมบนเวทีประกอบด้วยการแสดงนาฏศิลป์ไทยที่หลากหลายและสวยงาม การแสดงดนตรี การประกวด Miss Thai Festival การสาธิตการทำอาหารไทย โดยอาหารไทยในงานได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้นตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและออสเตรเลีย รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งสิ้นกว่า 25,000 คน ซึ่งนอกจากจะเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยแล้ว ยังทำให้ชุมชนไทยในนครบริสเบนมารวมตัวกันจัดงานใหญ่ระดับนี้ได้เป็นครั้งแรก และเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศไทยและชุมชนไทยในท้องถิ่นต่อไป
ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่ชาวออสเตรเลียนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวมากเป็นอันดับสี่ แต่ยังมีแนวโน้มที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทการบินไทยมี่เที่ยวบินตรงระหว่างไทยกับออสเตรเลีย (นครซิดนีย์ เมลเบิร์น เพิร์ท และบริสเบน) รวมทั้งสิ้นสัปดาห์ละ 40 เที่ยว
[ :: Photos Slideshow :: ]
Thai Food and Cultural Festival in Canberra 2010
The Royal Thai Embassy, Canberra, in cooperation with the Thai community, Thai government agencies and Thai students, organized the annual one-day Thai Food and Cultural Festival in Canberra on Sunday 19 September 2010, under the theme “We Love Thailand” Fun Fair, to showcase Thailand’s many wonders which make Thailand one of the world’s top tourist destinations.
The Festival visitors were impressed with the variety of Thai food and delicacies on offer at the 11 food stalls, as well as Thai fruits, orchids and handicraft, Thai classical music and dances plus Muay Thai (Thai boxing) demonstrations.
Thai Airways International and the Tourism Authority of Thailand together with travel agents and hotel representatives from Phuket, Surat Thani and Krabi offered travel and accommodation packages at special prices. Since Australia is the largest export market for pick-up trucks made/assembled in Thailand and the 2nd largest export market for passenger cars made/assembled in Thailand, some of these vehicles were on display at the Festival to inform the visitors how close the two countries’ economic relations are. Indeed, during the first 6 months of 2010, Thailand was the 4th largest exporter to Australia, coming right behind China, the USA, and Japan, respectively.
Thailand is the 4th most popular overseas tourist destination for Australians, and Australia has the biggest number of Thai restaurants per capita anywhere in the world outside Thailand, with over 2,000 Thai restaurants in business Australia-wide.
Around 25,000 visitors came to this year’s Festival, which has become a must-visit event in Canberra’s tourism calendar.เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2553 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราได้จัดงาน Thai Food and Cultural Festival 2010 มีการออกร้านขาย ผลไม้ไทย กล้วยไม้ไทยและภัณฑ์หัตถกรรม การแสดงนาฏศิลป์ ดนตรีไทยและศิลปะมวยไทย โดยเน้นการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ภายใต้ theme “We love Thailand” Fun Fair เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า คณะผู้จัดงานจัดงานครั้งนี้ด้วยความรักประเทศไทยโดยหน่วยงานของไทย ได้รับความร่วมมือจาก ชุมชนไทย นักศึกษาไทย ในขณะที่ผู้ที่มาร่วมงานต่างก็มาเพราะความรักและความชื่นชอบประเทศไทย
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีจำนวนร้านอาหารไทยในต่างประเทศต่อจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก กล่าวคือมีจำนวนกว่า 2,000 ร้าน ต่อประชากร 22 ล้านคน โดยในงานนี้ มีการออกร้านอาหารไทย 11 ร้าน โดยในส่วนของร้านสถานเอกอัครราชทูตฯ มีชาวไทยที่สอนหลักสูตรทำอาหารไทยที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และวัดธัมมธโรจัดขึ้นทุก 2 สัปดาห์ มาออกร้านขายอาหารไทยและขนมไทยที่หาทานได้ยากโดยทั่วไปในออสเตรเลีย อาทิ ขนมครก ร้านอาหารไทยที่ชนะการประกวดด้านรสชาดอาหารและการตกแต่งร้านในปีนี้คือ ร้านของวัดธรรมธโร
ในปีนี้ นอกจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ททท. จะมาร่วมออกบูธแล้ว
ยังมีตัวแทนบริษัทนำเที่ยวและโรงแรมจากภูเก็ต สุราษฏร์ธานีและกระบี่ มานำเสนอแพ๊คเก็ตท่องเที่ยวและที่พักราคาพิเศษแก่ผู้มาร่วมงานแล้ว โดยที่ออสเตรเลียเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของรถกะบะที่ผลิตในประเทศไทยและ ตลาดใหญ่อันดับสองของรถเก๋งที่ผลิตหรือประกอบในประเทศไทย ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เหล่านี้ได้นำรถยนต์ตัวอย่างมาแสดงในงานด้วยหลายยี่ห้อ
[ :: Photos Slideshow :: ]
งาน Fine Food Australia 2010
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2553 นายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้ร่วมงาน Fine Food Australia 2010 จัดขึ้นที่ Melbourne Convention and Exhibition Centre ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ซึ่งมีผู้ส่งออกสินค้าอาหารและอุปกรณ์ด้านอาหารของไทย จำนวน 34 บริษัท เข้าร่วมออกงานแสดงผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ของไทย และสาธิตการปรุงอาหารไทยเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย สำหรับชาวต่างชาติ โดย เอกอัครราชทูตฯ ได้พบปะกับผู้ส่งออกอาหารของไทย เช่น บริษัท Blue Elephant บริษัทน้ำตาลมิตรผล บริษัทซีพีอินเตอร์เทรด เพื่อไต่ถามเกี่ยวกับอุปสรรคในการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไทยมาในตลาดออสเตรเลีย
[ :: Photos Slideshow :: ]
คณะผู้เข้าร่วมฝึกอบรมสำหรับผู้บริหารระดับกลาง และผู้มีศักยภาพสูงเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2553 ข้าราชการผู้เข้าร่วม “โครงการฝึกอบรมสำหรับผู้บริหารระดับกลางและผู้มีศักยภาพสูง (Talent Network) ณ Australian National University ระหว่างวันที่ 16 – 27 สิงหาคม 2553” ได้มาศึกษาดูงาน ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา และเข้าเยี่ยมคารวะ นางเพลินพิศ มีเมศกุล อัครราชทูต พร้อมทั้งได้ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ณ ศาลาไทย
โครงการฝึกอบรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ภาวะผู้นำ(leadership) และนำประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้จากการทำงานและจากการฝึกอบรมมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่ม โดยผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management) และข้าราชการระดับชำนาญการ ซึ่งผู้เป็นที่เข้าร่วมโครงการ ฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้นำคลื่นลูกใหม่ในราชการไทย (New Wave Leaders) รวมทั้งข้าราชการระดับปฏิบัติการซึ่งเป็นผู้ที่เข้าร่วมโครงการข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (High Performance and Potential System: HiPPS)
งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และงานนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำริ
เนื่องในวโรกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 78 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม 2553 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประกอบด้วยนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำริ และจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิศิลปาชีพ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ในการจัดงานครั้งนี้
งานเริ่มเมื่อเวลา 17.29 น. โดย ดร. เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูตฯ ได้ถวายเครื่องสักการะพระบรมสาทิศลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และได้กล่าวเทอดพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล
[ :: Photos Slideshow :: ]
Thai Ambassador’s Visit to the State of Queensland, Australia
On 21-24 June 2010, Ambassador Kriangsak Kittichaisaree paid an official visit to the State of Queensland as guest of H.E. Ms. Penelope Wensley, AO, Governor of Queensland.
The Ambassador had a one-hour discussion with the Governor on the Queensland-Thailand relations in trade and investment, cooperation in education and technology, and the Royal Visit of HM the King and HM the Queen of Thailand to Queensland in 1962. He also paid a courtesy call on the Chief Justice of Queensland and, subsequently, on the Leader of the Opposition. The Speaker of the Legislative Assembly of Queensland hosted a luncheon for the Ambassador with invited guests coming from important departments of the Queensland Government and the Queensland private sector.
The Ambassador was the speaker at the Australian Institute of International Affairs in the evening of 22 June 2010, where the audience of more than 40 intellectuals showed their strong interest in the current situation in Thailand, bilateral relations between Australia and Thailand, and the two countries’ joint role in the world.
A delegation of the economic task force of the Team Thailand/Australia (i.e., the Thai Trade Centre, the Thailand Board of Investment and the Office of Agricultural Affairs) led by the Ambassador held a series of fruitful discussions with Queensland’s business people who are keen to expand trade and investment with Thailand.
Before leaving Queensland, the Ambassador and two First Secretaries of the Royal Thai Embassy in Canberra visited the Thai Buddharam Temple in the suburb of Brisbane, where they conferred with some 30 representatives of the Thai community in Brisbane and Gold Coast.
[ :: Photos Slideshow :: ]
เอกอัครราชทูตเยือนรัฐควีนส์แลนด์อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 21-24 มิ.ย. 2553 เอกอัครราชทูตเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ได้เดินทางไปเยือนรัฐควีนแลนด์อย่างเป็นทางการในฐานะอาคันตุกะของผู้สำเร็จราชการฯ แห่งรัฐควีนแลนด์
เอกอัครราชทูตฯ ได้หารือกับผู้สำเร็จราชการฯ แห่งรัฐควีนส์แลนด์เป็นเวลา 1 ช.ม. เต็มเกี่ยวกับการค้า การลงทุน ความร่วมมือด้านการศึกษาและเทคโนโลยี และการเสด็จฯ เยือนรัฐควีนแลนด์อย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในปี ค.ศ. 1962
นอกจากนั้น เอกอัครราชทูตฯ ได้พบกับบุคคลสำคัญของรัฐควีนแลนด์หลายท่านด้วยกัน รวมทั้งได้นำทีมประเทศไทยด้านเศรษฐกิจหารือกับนักธุรกิจหลายกลุ่ม เกี่ยวกับเรื่องการค้าการลงทุนระหว่างรัฐควีนแลนด์ กับประเทศไทย โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้เป็นแขกรับเชิญบรรยายเกี่ยวกับประเทศไทยและความสัมพันธ์ ไทย-ออสเตรเลียในมิติต่างๆ ให้สมาชิกสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งออสเตรเลียจำนวน 40 กว่าคนได้รับฟังอีกด้วย
ก่อนเดินทางกลับ เอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยกงสุล อรรถพงศ์ พันธุ์รัตน์ และเลขานุการเอก รชา อารีพรรค ได้ไปเยือนวัดไทยพุทธาราม นครบริสเบน และพบปะและสอบถามทุกข์สุขกับผู้แทนชุมชนไทยในนครบริสเบนและเมืองโกลด์โคสต์จำนวนประมาณ 30 คน
[ :: Photos Slideshow ::]
Promotion of Thai Culture and Cuisine in Australia
On 17 June 2010, the Residence of the Ambassador of Thailand hosted a monthly cultural event for Members of the Spouses of Heads of Missions’ Association in Canberra. Despite the heavy rains that morning, around 40 spouses of ambassadors to Australia together with spouses of members of the federal Parliament of Australia turned up to enjoy a fruit and vegetable carving lesson and a Thai dessert making lesson as well as the cultural history behind them. At the end of the event, they also enjoyed exotic Thai food samples.
Three representatives of the Thai student community in Canberra actively helped the Embassy run this highly successful event on that day.
การเผยแพร่วัฒนธรรมไทยต่อคู่สมรสของเอกอัครราชทูตต่างประเทศ ประจำออสเตรเลียและคู่สมรสของสมาชิกรัฐสภาออสเตรเลีย
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2553 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดการสอนแกะสลักผักและผลไม้ การทำขนมหวานไทย รวมทั้งได้ฉายวีดีโอเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของศิลปะดังกล่าว ให้แขกรับเชิญ ประกอบด้วยคู่สมรสของเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำออสเตรเลีย และคู่สมรสของสมาชิกรัฐสภาออสเตรเลีย ซึ่งมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากถึง 40 ท่าน แม้จะมีพายุฝนตกหนักในขณะนั้น ก่อนกลับ แขกทุกท่านได้ลิ้มรสอาหารไทยที่หลากหลายอีกด้วย โดยมีผู้แทนนักศึกษาไทยในกรุงแคนเบอร์ราได้มาช่วยงานในวันนั้นอย่างแข็งขัน

ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินเดา ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของผู้บัญชาการทหารบกออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 14 - 20 มิ.ย. 2553 โดยได้หารือข้อราชการ กับเอกอัครราชทูต เกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี และเอกอัครราชทูตฯ ได้นำผู้บัญชาการทหารบกเข้าเยี่ยมคารวะ นาย Stephen Smith รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตฯ และ Lieutenant General K.J. Gillespie ผู้บัญชาการทหารบกออสเตรเลีย ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะผู้บัญชาการทหารบกในวันที่ 14 และ 15 มิ.ย. 2553 ตามลำดับ
[ :: Photos Slideshow :: ]
โครงการฝึกอบรมวิชาชีพ
ทีมประเทศไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ สำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร 3 เหล่าทัพ สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตร ร่วมกับวัดธัมมธโร และชุมชนไทยในกรุงแคนเบอร์รา ได้จัดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพ เปิดสอนการทำอาหารไทย การแกะสลักผักและผลไม้ และการสอนนาฏศิลป์ไทย สำหรับชุมชนไทยและชาวต่างชาติที่สนใจ เป็นประจำทุกวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน เวลา 13.00-15.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 มิ.ย. 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านวิชาชีพ เสริมสร้างความสามัคคีในหมู่ชุมชนไทย และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยในออสเตรเลีย โดยเอกอัครราชทูตเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี ได้เป็นประธาน ในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมในวันเสาร์ที่ 12 มิ.ย. 2553 ซึ่งในวันนั้นได้มีการสอนทำขนมดอกจอกและหมี่กรอบ การสอนการแกะสลักผัก และการสอนนาฏศิลป์ไทย มีชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมในพิธีเปิดและทยอยมาสมทบผลัดเปลี่ยนกันร่วมกิจกรรมต่างๆ ในวันนั้นมากกว่า 150 คน
สำหรับครั้งต่อๆ ไป ชาวไทยในกรุงแคนเบอร์รา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านอาหารไทย ครอบครัวข้าราชการ นักศึกษา ฯลฯ จะผลัดเปลี่ยนกันมาเป็นวิทยากรของโครงการนี้ เพื่อให้กิจกรรมอันดีงามเหล่านี้คงอยู่กับสังคมไทยในออสเตรเลียสืบต่อไป


