{{ 'SUBMENU_NEW_NEWS' | translate }}


นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๒๖ ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ กรุงพอร์ตมอร์สบี รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี
Prime Minister of the Kingdom of Thailand attended the 26th APEC Economic Leaders’ Meeting during 17 – 18 November 2018, Port Moresby, Papua New Guinea

เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยา
พร้อมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ ๒๖ ที่กรุงพอร์ตมอร์สบี รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี โดยในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ มีการเสวนาระหว่างผู้นำเอเปคกับผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจ และกับผู้นำกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก จากนั้นในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เป็นการประชุมของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยผู้นำได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ในหัวข้อ “การสร้างโอกาสอย่างครอบคลุมเพื่อเปิดรับอนาคต
ทางดิจิทัล” ที่กำหนดโดยปาปัวนิวกินีในฐานะประธานการประชุม    

         นาย Peter O’Neill นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินี ได้ออกเอกสารถ้อยแถลงของประธานเป็นผลลัพธ์การประชุม ซึ่งสะท้อนผลงานในรอบปีของสมาชิกเอเปค และครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่ไทยเห็นพ้องและให้การสนับสนุน เช่น การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และส่งเสริมขีดความสามารถของ SMEs การมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นของสตรีในระบบเศรษฐกิจ การส่งเสริมการทำ “ธุรกิจเขียว”และการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน

          นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคว่า ไทยยึดมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) และพร้อมร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ภายใต้กรอบเอเปคต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีได้เสนอประเด็นเพื่อให้สมาชิกเอเปคขยายความร่วมมือ ดังนี้ การสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดกฎเกณฑ์ภายใต้ WTO การดำเนินการไปสู่การจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAAP) การพัฒนาทักษะและการศึกษาเพื่อรองรับการเข้าสู่ยุคดิจิทัล การสร้างศักยภาพและบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) การส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เกษตรกรรมและประมงที่ยั่งยืน
โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้าช่วย รวมทั้งได้ยกตัวอย่างโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio, Circular and Green Economy) ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ดีของไทยสำหรับการส่งเสริม “เศรษฐกิจเขียว”และที่สำคัญ ได้กล่าวเน้นว่า ไทยมุ่งผลักดันเชื่อมโยงในทุกกรอบความร่วมมือ เช่น ACMECS อาเซียน และเอเปค และเสนอให้มีการเชื่อมโยงระหว่างกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เช่น CPTPP, RCEP และ Belt and Road Initiative เพื่อให้ขับเคลื่อนไปในทางเดียวกัน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ในโอกาสที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียน
ในปี ๒๕๖๒ กรอบอาเซียนก็จะให้ความสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเด็นที่เอเปคให้ความสำคัญด้วย

          สำหรับวิสัยทัศน์ของเอเปคหลังปี ค.ศ. ๒๐๒๐ นั้น นายกรัฐมนตรีได้เสนอแนวคิด “Rebalancing APEC” ที่เน้นส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าควบคู่กับการเจริญเติบโตอย่างครอบคลุม โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและส่งเสริมธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

          สำหรับการเข้าร่วมเสวนาระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นั้น ได้มีการพูดคุยกันในหลายประเด็น โดยภาคธุรกิจได้สอบถามถึงมุมมองต่อการดำเนินการของไทยในเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แสดงทัศนะว่า การเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลมีความสำคัญเช่นเดียวกับการเตรียมความพร้อมด้วยการปรับปรุงกฎระเบียบ การปรับระบบการศึกษาเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้านอาชีพให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งไทยได้ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่อง เช่น โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศ การร่วมมือกับภาคเอกชนจัดตั้ง platform เพื่อส่งเสริม MSMEs ใช้ประโยชน์จากพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการเข้าสู่ตลาดโลก 

          นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสประชุมครั้งนี้ พบปะและสนทนาอย่างเป็นมิตรกับผู้นำเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น แคนาดา นิวซีแลนด์ และฮ่องกง 

          อนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ฝ่ายปาปัวนิวกินีได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ ๓๐ ซึ่งนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนางสาวอรุณี พูลแก้ว

รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

During 17 – 18 November 2018, H.E. General Prayut Chan-o-cha, Prime Minister of the Kingdom of Thailand and his spouse, accompanied by H.E. Mr. Don Pramudwinai, Minister of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand, attended the 26th AELM Economic Leaders’ Meeting (AELM) in Port Moresby, Papua New Guinea. On 17 November 2018, the Prime Minister attended the APEC Business Advisory Council (ABAC) Dialogue with APEC Leaders, followed by a meeting with leaders of the Pacific Islands Countries (PICs). 

          The AELM properly started on 18 November 2018, in which APEC leaders exchanged ideas on how to promote economic development and trade within the Asia-Pacific region under the theme “Harnessing Inclusive Opportunities, Embracing the Digital Future” set by Papua New Guinea as APEC Chairman.

          Prime Minister Peter O’Neill of Papua New Guinea issued a Chair’s Statement on behalf of the Leaders reflecting the results of the year’s work by APEC member economies throughout 2018. The Statement incorporates many issues of Thailand’s interest, including digital economy, SMEs capacity building, women’s participation in the economy, green business practices and connectivity.

          During the AELM, the Prime Minister delivered remarks stressing Thailand’s commitment to the multilateral trading system under the WTO and its readiness to cooperate constructively with other APEC economies. He suggested that APEC could expand its cooperation in areas such as re-skilling, training and education in order to adapt the workforce to digitalisation, capacity building and development of experts in the area of cyber security, supporting the multilateral trading system as embodied in WTO and the realisation of the FTAAP (Free Trade Area in the Asia-Pacific). He also noted that Thailand, as an agricultural economy, attached particular importance to food security, sustainable agriculture and fisheries practices, proposing the use of new technologies and innovation to upgrade value added in these sectors. In this vein, the Prime Minister proposed that the BCG model (Bio-Circular-Green Economy) could be a best practice for fostering economic growth while ensuring environmental sustainability.

 

          In addition, it was emphasised that Thailand has long played a strong role as a “connector of connectivity” in its membership of ACMECS, ASEAN and APEC; it was therefore proposed that existing frameworks such as CPTPP, RCEP and Belt and Road Initiatives (BRI) could be linked together to synchronise their implementation. The Prime Minister noted that during Thailand’s ASEAN chairmanship in 2019, Thailand will push forward APEC priorities under ASEAN framework.

          On APEC’s Post-2020 Vision, the Prime Minister said that Thailand supports the idea of “Rebalancing APEC”, which focuses on inclusive growth within APEC, in addition to the grouping’s longstanding vision of trade and investment liberalisation, based on people-centred approach and green business practices.

          The Dialogue between the ABAC and APEC Leaders on 17 November 2018 covered a wide range of issues. Responding to a question from the ABAC about Thailand’s views on the growth of the digital economy, the Prime Minister stressed that while development of digital infrastructure was importnat, it was also necessary to introduce regulatory reform and adapt the educational system to train the workforce for the digital economy as well as skills development in line with the demand of labour market in the 21st century.  In this regard, the Thai Government introduced various measures to address the aforementioned issues such as connecting high-speed internet across the country and joint cooperation with private sector to create platforms for MSMEs to maximise opportunities arising from e-commerce in order for them to effectively participate in the global market.

          The Prime Minister also interacted with various APEC leaders including China, Russia, Japan, Canada, New Zealand and Hong Kong.

          Prior to the AELM, the Thai delegation to the 30th APEC Ministerial Meeting (AMM) held on 15 November 2018 was led by H.E. Mr. Virasakdi Futrakul, Deputy Minister of Foreign Affairs and Ms. Arunee Poolkaew, Deputy Permanent-Secretary of the Ministry of Commerce. 

 

 

{{ 'FOOTER_THEEMBASSY' | translate }}
{{ 'FOOTER_REGISTRATION' | translate }}
{{ 'FOOTER_AUTHENTICATION' | translate }}
{{ 'FOOTER_CONTACTUS' | translate }}
  • +61 2 6206 0100

  • เบอร์โทรศัพท์นอกเวลาทำการ กรณีฉุกเฉิน o๔o๒๗๓๕๖๔๒
  • The Royal Thai Embassy
    111 Empire Circuit
    Yarralumla ACT 2600
    Australia

  • thaican@mfa.go.th
  • FACEBOOK
  • Google Maps