• {{ 'MENU_LEFT_MAIN_VISA_DESC' | translate }}

{{ 'SUBMENU_PP_FPASS' | translate }}


การทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์

 

สามารถขอทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ทางไปรษณีย์ได้หรือไม่

ตอบ  ไม่ได้ เพราะหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีการบันทึกข้อมูลชีวภาพ อาทิ ลายนิ้วมือ และรูปถ่ายใบหน้า ผู้ร้องจึงต้องมายื่นด้วยตนเองเท่านั้น

 

ผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางจะไม่สามารถขอทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ จะต้องดำเนินการอย่างไร

ตอบ  คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลานาน เจ้าบ้านอาจแจ้งย้ายบุคคลที่มีชื่อในทะเบียนบ้านของตนเอง แต่ไม่มีตัวตนออกจากทะเบียนบ้าน หรือ เจ้าบ้านซื้อบ้านต่อจากผู้อื่นแล้วย้ายชื่อที่ค้างออกจากทะเบียนบ้าน ทำให้บุคคล  ที่ถูกย้ายออกจากทะเบียนบ้านต้องไปอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ส่งผลให้ไม่สามารถทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และบัตรประจำตัวประชาชนในต่างประเทศได้ ขอให้ติดต่อสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านกลางไปเข้าทะเบียน โดยดำเนินการด้วยตนเองหรือมอบอำนาจ.ให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

 

หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถต่ออายุได้หรือไม่

ตอบ  ไม่ได้ หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มีอายุใช้งาน 5 ปี เมื่อหมดอายุแล้วไม่สามารถต่ออายุได้อีก จะต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่

 

การยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่

ตอบ  ควรนัดหมายล่วงหน้า เนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถรับคำร้องได้ในจำนวนที่จำกัด และเอกสารของผู้ร้องอาจไม่ถูกต้องครบถ้วน ทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์

 

การขอหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยหรือไม่

ตอบ  บิดาและมารดาจะต้องมาลงนามในสัญญายินยอมชดใช้ค่าเสียหายต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วย

 

หากมีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร่งด่วน แต่หนังสือเดินทางหมดอายุและไม่สามารถเดินทางมา ขอทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จะต้องดำเนินการอย่างไร

ตอบ  ผู้ร้องสามารถขอทำหนังสือสำคัญประจำตัวหรือ Certificate of Identity (CI) ผ่านทางไปรษณีย์ เพื่อใช้แทนหนังสือเดินทาง จะใช้เดินทางกลับประเทศไทยได้เท่านั้น

 

สำหรับการมาท่องเที่ยวที่ออสเตรเลีย หนังสือเดินทางของท่านต้องมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือนหรือไม่

ตอบ  ไม่จำเป็น ออสเตรเลียกำหนดว่าหนังสือเดินทางของท่านต้องมีอายุการใช้งานเฉพาะช่วงเวลาที่ท่านเดินทาง มาและเดินทางออกจากออสเตรเลีย  อย่างไรก็ดี มีหลายประเทศที่กำหนดให้หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน จึงควรสอบถามข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของประเทศที่ท่านประสงค์จะเดินทางไปเกี่ยวกับข้อกำหนดดังกล่าว

 

การทำบัตรประชาชนในต่างประเทศ

 

ขอทำบัตรประจำตัวประชาชนในต่างประเทศได้ในกรณีใดบ้าง

ตอบ  1.  กรณีขอมีบัตรใหม่ ได้แก่ กรณีบัตรเดิมหมดอายุ หรือกรณีบัตรเดิมสูญหาย หรือถูกทำลาย

  1. กรณีขอเปลี่ยนบัตร ได้แก่ กรณีบัตรเดิมชำรุด หรือเจ้าของบัตรเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล

 

คนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลานานและไม่เคยทำบัตรประจำตัวประชาชนมาก่อน จะทำบัตรประจำตัวประชาชนในต่างประเทศที่ตนเองพักอาศัยอยู่ได้หรือไม่

ตอบ  ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2555) ออกตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 กำหนดให้สามารถดำเนินการได้เฉพาะผู้ที่เคยทำบัตรประจำตัวประชาชนมาแล้ว สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยทำบัตรจะต้องกลับไปดำเนินการที่ประเทศไทยเท่านั้น สาเหตุที่ยังไม่อนุญาตให้ดำเนินการในต่างประเทศได้ เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบหลักฐานและ/หรือพยานบุคคล เพื่อให้แน่นอนว่าการออกบัตรถูกต้องตรงกับบุคคลที่ยื่นขอ

 

การขอบัตรประจำตัวในออสเตรเลียจำเป็นต้องมีถิ่นพำนักถาวรอยู่ที่ออสเตรเลียหรือไม่

ตอบ  ผู้ที่มีสิทธิยื่นขอทำบัตรประจำตัวประชาชนในออสเตรเลียจำเป็นต้องมีถิ่นพำนักถาวรอยู่ที่ออสเตรเลียหรือนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาต่อในออสเตรเลียเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปีขึ้นไป กรณีนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางมาออสเตรเลียในระยะสั้น ๆ จะไม่มีสิทธิทำบัตรประจำตัวประชาชนในต่างประเทศ

 

คำถามเกี่ยวกับวีซ่า

 

ทราบว่ามีบางประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าในการเดินทางเข้าประเทศของเขา ใช่หรือไม่

ตอบ  ใช่  มีหลายประเทศที่รัฐบาลไทยได้ทำความตกลงเพื่อให้สามารถเดินทางไปมากันสะดวกขึ้น สามารถหารายชื่อประเทศที่คนไทยได้รับการยกเว้นตรวจลงตราได้จากเว็บไซต์กรมการกงสุล www.consular.go.th

 

คนไทยที่แต่งงานกับคนต่างชาติและต้องการพาคู่สมรสไปอยู่ด้วยกันที่ประเทศไทย มีข้อแนะนำอย่างไร บ้าง

ตอบ  ก่อนอื่น ต้องจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถเลือกจดตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายออสเตรเลีย นำหลักฐานการจดทะเบียนสมรสไปยื่นขอวีซ่าประเภทคู่สมรส (Non-immigrant “O”) ที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ คู่สมรสจะสามารถอยู่ในเมืองไทยได้ระยะยาว ครั้งแรกไม่เกิน 90 วัน หลังจากนั้น สามารถขออนุญาตอยู่ต่อที่สำนักงาน ต.ม. ทุกแห่ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี

 

หากคนต่างชาติเข้ามาอยู่ในเมืองไทยแล้วสถานะเปลี่ยนไป เช่น แต่งงานกับคนไทย หรือเปลี่ยนจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างอื่น ต้องติดต่อกับสำนักงาน ต.ม. ใช่หรือไม่

ตอบ  ใช่ โดย ต.ม. จะพิจารณาตามเอกสารและความจำเป็น บางกรณีอาจต้องเดินทางกลับประเทศของตนเพื่อขอวีซ่าที่ถูกต้องและค่อยเดินทางกลับเข้ามาใหม่

 

การรับรองเอกสาร

 

สถานเอกอัครราชทูตฯ มีอำนาจการรับรองกี่ประเภท

ตอบ  ตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2539 สถานเอกอัครราชทูตฯ มีอำนาจการรับรอง 3 ประเภท คือ

การรับรองคำแปล การับรองสำเนาถูกต้อง (เฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย) และการรับรองลายมือชื่อ

 

การขอรับรองคำแปลจะต้องดำเนินการอย่างไร

ตอบ  ต้นฉบับเอกสารที่ต้องการให้รับรองคำแปล (สถานเอกอัครราชทูตฯ รับรองคำแปลเฉพาะเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย หรือออสเตรเลียเท่านั้น) เอกสารต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ออกโดยหน่วยงานราชการออสเตรเลีย ได้แก่ สูติบัตร มรณบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียของแต่ละรัฐ (Department of Foreign Affairs and Trade - DFAT) การแปลต้องดำเนินการโดยนักแปลอาชีพสามารถหาข้อมูลได้จาก NAATI - https://www.naati.com.au/home_page.html

 

การรับรองลายมือชื่อจะต้องดำเนินการอย่างไร

ตอบ  การรับรองลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจและยินยอม ผู้ร้องจำเป็นต้องลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น

 

หนังสือมอบอำนาจมีการกำหนดระยะเวลาหรือไม่

ตอบ  ถ้าไม่มีการระบุระยะเวลาไว้อย่างชัดแจ้ง หนังสือมอบอำนาจก็ไม่มีกำหนดระยะเวลา


การคุ้มครองและช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ

 

ถ้าตกทุกข์ได้ยากในต่างประเทศ ควรขอความช่วยเหลืออย่างไร

ตอบ  การขอความช่วยเหลือสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่ ติดต่อให้ญาติ พี่น้อง ในประเทศไทยไปติดต่อกองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล (หมายเลขโทรศัพท์. 02 2575 1047 – 51) โดยควรไปติดต่อด้วยตนเองเพื่อจะสามารถให้ข้อมูลและหลักฐานประกอบได้อย่างสมบูรณ์ หรือผู้ตกทุกข์ได้ยากสามารถติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต / สถานกงสุลใหญ่ หรือสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ เพื่อขอความช่วยเหลือได้โดยตรง ควรเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือเดินทางและภาพถ่ายของผู้ตกทุกข์ได้ยาก

 

หากมีค่าใช้จ่ายจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ เพียงใด

ตอบ  เป็นหลักปฏิบัติสากล ผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศจะต้องรับผิดชอบตัวเองเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ดี กรณีไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ รวมทั้งญาติ พี่น้อง ในประเทศไทยมีฐานะยากจน ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้ รัฐบาลมีแนวปฏิบัติที่จะทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปก่อน โดยญาติพี่น้อง หรือตัวผู้ตกทุกข์ได้ยากจะต้องทำหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ และหนังสือสัญญาชดใช้เงินคืนไว้กับทางราชการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ พ.ศ. 2549 ทั้งนี้ ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องทางแพ่ง เช่น การจ้างทนายความ หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินคดี

 

หากคนไทยซึ่งอาศัยอยู่ในต่างประเทศถูกจับและไม่มีค่าใช้จ่ายในการประกันตัว สถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถสำรองจ่ายได้หรือไม่

ตอบ  ไม่ได้ การสำรองจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือคนไทยจะต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง กรณีต้องโทษในทางอาญา ได้ระบุการสำรองจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือคนไทยไว้ 2 ประการ คือ ค่าของเยี่ยมและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ซึ่งตามระเบียบมิได้กำหนดให้มีการสำรองจ่ายเงินเพื่อใช้ในการประกันตัว

 

หากมีผู้ชักชวนไปทำงานต่างประเทศ ควรตรวจสอบอย่างไร

ตอบ  ขณะนี้ยังมีการหลอกลวงคนไทยไปทำงานอย่างผิดกฎหมายในต่างประเทศ ดังนั้น ในเบื้องต้นควรที่จะมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ชักชวน โดยพิจารณาว่าเชื่อถือได้เพียงใด นอกจากนั้น จะต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับงานที่จะไปทำ โดยสามารถตรวจสอบได้จากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม หรือสำนักงานแรงงานทั่วประเทศ และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

 

ปัญหาเกี่ยวกับสัญชาติ

 

การเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนบ้านที่ประเทศไทยเนื่องจากการสมรสที่ออสเตรเลียจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

ตอบ  นำใบทะเบียนสมรสต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานท้องถิ่นของออสเตรเลียไปให้กระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียของแต่ละรัฐ (Department of Foreign Affairs and Trade - DFAT) รับรองลายมือชื่อผู้ลงนามในใบทะเบียนสมรส และนำใบทะเบียนสมรสดังกล่าวไปแปลเป็นภาษาไทย ก่อนส่งมาให้สถานเอกอัครราชทูตฯ รับรอง หลังจากนั้น ต้องนำเอกสารสารทั้งหมดที่ผ่านการรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ไปให้กองสัญชาติฯ กรมการกงสุล ที่กรุงเทพฯ รับรองอีกที ก่อนนำไปยื่นขอเปลี่ยนนามสกุลในทะเบียนบ้านที่ประเทศไทย

 

หากสามี/ภรรยาได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายท้องถิ่นในต่างประเทศแล้ว จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสไทยอีกหรือไม่

ตอบ  ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนสมรสไทยอีก

 

ข้อดีและข้อเสียของการสละสัญชาติไทยเพื่อเข้าถือสัญชาติอื่น กรณีสมรสกับคนต่างชาติ

ตอบ  1.  ข้อดี ได้แก่ ทำให้สามีภรรยาถือสัญชาติเดียวกันและได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของประเทศคู่สมรส

  1. ข้อเสีย ได้แก่ สูญเสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในฐานะคนไทย เช่น การประกอบอาชีพอิสระในประเทศไทย หรือการถือครองที่ดินในประเทศไทย เป็นต้น

 

สามารถขอสัญชาติไทยกลับคืนได้หรือไม่

ตอบ  ตาม พ.ร.บ. สัญชาติฯ ชายหรือหญิงที่ได้สละสัญชาติไทยเพื่อเข้าถือสัญชาติอื่นตามคู่สมรส หากการสมรสสิ้นสุดลง กฎหมายไทยกำหนดให้บุคคลฯ ดังกล่าวมีสิทธิขอสัญชาติไทยกลับคืนได้

 

Q:        If I stay in Thailand’s airport exceeding 12 hours before proceeding to a third country of my destination or returning to my home country.  Do I need to apply for a visa?

 

A:         Yes, you need to apply for a Transit Visit if your stay in Thailand’s airport exceeding 12 hours even you do not plan to go outside from the airport. 

 

 

Q:        What is a letter of verification?

 

A:         A letter of verification is used by the Royal Thai Embassy to determine the status of the applicant.  For example, employment verification letter confirming your employment status with a company and student verification letter confirming your enrollment status at the university.   If you are not employed or enrolled in a school, you may use a recommendation letter from a friend who is an Australian citizen to support your visa application.

 

 

Q:        What is the different between the visa validity and the period of stay?

 

A:         Visa validity is the period during which a visa can be used to enter Thailand.  It is displayed on the visa sticker.  In general, the validity of visa is 3 months, but in some cases, visas may be issued to be valid for 6 months or 1 year.  The period of stay is granted by an immigrant officer upon arrival at the port of entry and in accordance with the type of visa.  It is displayed on the arrival stamp.  Travelers who wish to stay longer than such period may apply for extension of stay at the Immigration Offices in Thailand.

 

 

Q:        I understand from what is written on the visa sticker that the visa is valid for 3 months. Does it mean that I can stay in Thailand for 3 months with my tourist visa?

 

A:         No, that is not a correct understanding.  The 3 months validity of the visa means that you must use it within 3 months from the date of issue.   The period of stay will be determined by the type of your visa.  Your visa sticker does not show the period of stay because it will be granted by an immigration officer upon your arrival to Thailand.  In general, the period of stay for a tourist visa is not exceeding 60 days and for a non-immigrant visa is not exceeding 90 days from the arrival date.  If you stay in Thailand more than the period which granted, you will be fined 500 Baht for each day of your overstay.

 

Q:        Is it true that nationals of certain countries can apply for visa upon arrival in Thailand?

 

A:         It is true that nationals of certain countries can apply for visa upon arrival in Thailand, but only for a Tourist Visa.  Travelers with this type of visa are permitted to enter and stay in Thailand for a period of not exceeding 15 days.  The list of countries entitled for visa on arrival:

http://www.consular.go.th/main/contents/filemanager/VISA/Visa%20on%20Arrival/VOA_25_08_58.pdf

 

 

Q:        I came to Thailand with a tourist visa and was granted a permission to stay for 60 days; however, I wish to stay longer.  What should I do?

 

A:         You may apply for an extension of stay at any Immigration Office in Thailand where you may be permitted to stay for another 30-day period.  You must do so before your pervious stay permits expires, otherwise you will be fined 500 Baht for each day you overstay in Thailand.

 

 

Q:        An NGO in Thailand has invited me to go there and work for them as a volunteer for 45 days during my school break.  I will not earn any money in Thailand.  Do I need to apply for a specific visa?

 

A:         Although you will work as a volunteer, you do need a Non-Immigrant visa as well as a work permit in Thailand.   The NGO must be legally registered with the concerned authority of Thailand and that you need a recommendation letter from the NGO and work permit to support you visa application.

 

 

Q:        I came to Thailand with a single-entry business visa.  I was asked by my boss to attend an urgent meeting in Singapore for several days but I still have business to do in Thailand.  Do I need to get another visa?

 

A:         Depending on how many days you have been in Thailand since your arrival.  If it is not exceeding 90 days limit for a business visa, you may apply for a re-entry permit from the Immigration Office at any International Airports in Thailand.  The re-entry permit will allow you to enter the Kingdom again.

 

 

Q:            I came to Thailand with a multiple-entries business visa and I lost my passport. What should I do?

 

 A:        First, you need to go to a police station for a report of the loss.  Then you need to go to your Embassy in Bangkok for an issuance of new passport or temporary travel document. Finally, you need to bring the new passport or travel document to the Immigration Office for an endorsement.  If your country does not have an Embassy in Bangkok, please go to the Visa and Travel Documents Division, Department of Consular Affairs, Ministry of Foreign Affairs, on Chaengwattana Road in Bangkok, to apply for the Emergency Certificate (EC). You then need to bring the EC to the Immigration Office for endorsement before leaving the Kingdom.

 

 

Q:        As an Australian businessman, I have to go to Thailand very frequently on business.     Is there any facility for frequent business travelers like me?

 

A:         Yes, you can apply for a 1-year multiple-entries business visa which would allow you to travel to Thailand as frequently as you want while the visa remains valid.  The period of stay is not exceeding 90 days for each visit.   However, you must have a valid working permit in Thailand or a letter of approval from the Ministry of Labour of Thailand to support your visa application.   Beside a 1-year multiple entries business visa, you may be eligible to apply for an APEC Business Travel Card (ABTC) which serves as a multiple-entries business visa allowing entry into 17 other APEC economies in one card, including Thailand.  For more information, you may contact the Australia Border Force which is Australia’s focal authority for this scheme.

 

 

Q:        I want to work in Thailand.  How should I go about getting necessary visa?

 

A:         In order to work in Thailand, there are 2 important elements: (1) Non-Immigrant “B” Visa and (2) Work Permit.  First of all, you need to have a prospective employer in Thailand.  Then you may apply for a Non-Immigrant Visa category “B” (business).  Once you have obtained such visa, you can enter the Kingdom and therefore apply for a Work Permit from the Department of Employment, Ministry of Labour.  In order to expedite visa issuance, your employer may, on your behalf, apply for the Work Permit in advance (with the form called Tor Thor 3).  The Department of Employment will then issue a pre-approved certificate to be used in your visa application.

 

 

Q:        Is it true that the immigration officer can still deny my entry even I have a valid visa to Thailand?

A:         Yes, the immigration officer may not permit a traveler holding a valid visa entry into Thailand should he or she find reason to believe that traveler falls into the category prohibited from entering Thailand under the Immigration Act B.E. 2522 (1979).

 

 

Q:        I heard that Thailand is a nice place to stay after retirement.  Is there any special kind of visa for retirees?

 

A:         Yes, there is special visa called Non-Immigrant “O-A” (Long Stay).  An Australian who is 50 years of age or older who wish to stay for a long period and do not have any intention to work in Thailand may apply for such visa at the Royal Thai Embassy in Canberra or Royal Thai Consulate-General in Sydney.  The “O-A” visa is allowed you to stay in Thailand for 1 year and is also able to apply for an extension with the Immigration Offices in Thailand.

 

 

Q:        Is it true that I have to submit the original documents when applying for Non-Immigrant “O-A” visa?

 

A:         Yes, you have to submit the original documents such as your bank statements and police name check certificate together with their certified copies.  Please see the visa information on our website for more detail. 

 

 

Q:        When applying for a Non-Immigrant “O-A” visa, do I need a rubber stamp of my doctor on the medical certificate?

 

A:         Yes, you need to have a rubber stamp of the concerned doctor or hospital on the medical certificate to confirm its authenticity.   

 

 

Q:        I need to bring some medication with me to Thailand.  What should I do?

 

A:         You can find guidance for carrying personal medications containing narcotic drugs/ psychotropic substances in or out of Thailand on the website of Narcotics Control Division, Food and Drug Administration of Thailand: http://narcotic.fda.moph.go.th/welcome/?p=7200

 

 

{{ 'FOOTER_THEEMBASSY' | translate }}
{{ 'FOOTER_REGISTRATION' | translate }}
{{ 'FOOTER_AUTHENTICATION' | translate }}
{{ 'FOOTER_CONTACTUS' | translate }}
  • +61 2 6206 0100

  • เบอร์โทรศัพท์นอกเวลาทำการ กรณีฉุกเฉิน o๔o๒๗๓๕๖๔๒
  • The Royal Thai Embassy
    111 Empire Circuit
    Yarralumla ACT 2600
    Australia

  • thaican@mfa.go.th
  • FACEBOOK
  • Google Maps