{{ 'SUBMENU_NEW_PHOTO' | translate }}


คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศ เรื่อง นายฮาคีม อัล อาไรบี กับปัญหาระหว่างออสเตรเลียกับบาห์เรน
Ministry of Foreign Affairs’ Statement on the Australian-Bahraini Issue concerning Mr. Hakeem Al Araibi

๑. ประเทศไทยไม่รู้จักนายฮาคีม ไม่มีอคติต่อตัวบุคคลและคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการมาไทยจนถูกคุมตัวจับกุมของนายฮาคีม หากไม่ใช่ Interpol ของออสเตรเลียที่ได้แจ้งเตือนเรื่องหมายแดงของนายฮาคีมแต่แรก ซึ่งไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอน คือ ให้จับเพื่อส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน และหากทางการบาห์เรนไม่ได้มีคำร้องขออย่าง เป็นทางการจากรัฐบาลให้จับกุมนายฮาคีมและส่งผู้ร้ายข้ามแดน

๒. ทางการออสเตรเลียใช้เวลาหลายวันหลังจากที่นายฮาคีมเดินทางถึงไทยในการแจ้งการยกเลิกหมายแดงของตน  ซึ่งในขณะนั้น กระบวนการทางกฏหมายในไทยได้เริ่มขึ้นแล้วและไม่สามารถย้อนกลับได้ 

๓. ขณะนี้เรื่องได้เข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว ในการเดินตามขั้นตอนของกฎหมาย ฝ่ายบริหารไม่สามารถแทรกแซงฝ่ายตุลาการได้ซึ่งเป็นหลักสากลและเชื่อว่าออสเตรเลียก็ยึดถือหลักการนี้เช่นเดียวกัน

๔. ขออย่าได้ด่วนสรุปว่าไทยจะส่งตัวนายฮาคีมให้กับบาห์เรน เรื่องนี้ศาลจะพิจารณาตามหลักฐานที่มีอยู่ซึ่งมีพื้นฐานจากหมายจับ/หมายศาลของบาห์เรน เมื่อเขาหนีความผิดตามกฎหมายของประเทศบาห์เรนมา และบาห์เรนได้ขอให้คุมตัวเมื่อมาไทย พร้อมกับส่งเอกสารหลักฐานทางกฎหมายให้ฝ่ายไทย พนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะส่งฟ้องต่อศาลได้ จึงดำเนินการต่อไปแล้ว

๕. ขณะเดียวกันศาลไทยพร้อมรับหลักฐานทุกชิ้นทุกชนิดที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นธรรมต่อนายฮาคีมที่ทนายของนายฮาคีมจะนำส่งให้ศาลพิจารณา

๖. ไม่มีส่วนใดของไทยที่จะได้ประโยชน์จากการควบคุมตัวนายฮาคีม แต่ในฐานะรัฐอธิปไตยที่มีพันธะทางกฎหมายและความถูกต้องต่อสังคมโลก ไทยได้มาพบว่าเพื่อนที่ดีของไทย ๒ ประเทศเกิดแย่งตัวบุคคลคือนายฮาคีมที่มาประเทศไทย ในภาวะดังกล่าวไทยมีทางเดินอันชอบธรรมเพียงว่า (๑) ให้ความร่วมมือทางด้านกฎหมายและ (๒) เสนอแนะให้เพื่อนที่ดีทั้งสองนี้ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันด้วย หันหน้าหารือ หาทางออกในปัญหาซึ่งเป็นของตนเองเสีย แทนการผลักดันหาทางออกทางอ้อมจากไทยซึ่งเผอิญจับพลัดจับผลูมาอยู่ในภาพของประเด็นปัญหานี้ซึ่งเพื่อน ๒ ประเทศของไทยมีระหว่างกันมาแต่ก่อน

๗. การขอให้ออสเตรเลียกับบาห์เรนคุยกัน หาทางออกร่วมกัน จึงเป็นท่าทีโดยชอบธรรมของไทย และไม่ว่าแนวทางออกร่วมกันดังกล่าวจะมาในรูปแบบใด ไทยก็ยินดีจะช่วยส่งเสริมให้เป็นจริงและบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็น win-win

๘. ไทยหวังว่าทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนจะมีมิตรไมตรีที่ดีเพียงพอที่จะร่วมกันหาทางออกของเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ หากผลลัพธ์เป็น win-win เชื่อได้แน่นอนว่า คนไทยและผู้คนในภาคส่วนต่างๆ ของโลกที่รับรู้เรื่องนี้จะสรรเสริญทั้งออสเตรเลียและบาห์เรนอย่างแน่นอน

 

แหล่งที่มา

http://www.mfa.go.th/main/th/news3/6886/99433-%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A1-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5.html

 

 

  1. Thailand had previously not been aware of Mr. Hakeem’s case and does not have any prejudice against him. Indeed, we would not have become involved in the issue had we not received the red notice alert from the Australian Interpol and the subsequent formal request by Bahrain for his arrest and extradition.
  1. It took several days after the arrival of Mr. Hakeem, before the Australian authorities informed us that the red notice had been cancelled. By that time, legal proceedings in Thailand regarding Mr. Hakeem had already started and could not be reversed.
  1. The case is now under the purview of the Court of Justice. In proceeding with the legal process, the Executive Branch cannot interfere with the judicial process. This is an internationally recognized principle upheld by all countries, including Australia.
  1. We ask that everyone refrain from prejudging the Court’s rulings and prematurely jumping to the conclusion that Thailand will extradite Mr. Hakeem back to Bahrain. The Court will consider this case thoroughly and in accordance with the due process of law and the evidence provided, including Bahrain’s arrest warrant and court order for Mr. Hakeem, who had been convicted under Bahraini laws. In their formal request, Bahrain has provided us with all relevant documents. The Office of the Attorney General has considered those documents and found that they meet the legal conditions to be filed to the Court. Thus, the Office of the Attorney General has filed the extradition request with the Court of Justice for the latter’s consideration.
  1. At the same time, the Thai Court is ready to consider all facts and evidence presented to it by Mr. Hakeem’s lawyers.
  1. Thailand does not gain anything from holding Mr. Hakeem in custody. But as a sovereign country that has legal obligations and commitments to the international community, Thailand finds itself in the middle of a case involving two countries competing for Mr. Hakeem’s custody. Under such circumstances, Thailand has no other legitimate option but to (1) cooperate in accordance with the law and (2) suggest that the two countries, both good friends of Thailand and good friends with one another, talk to each other to sort out their problems and come up with their own solution, instead of trying to find an indirect solution from Thailand, who has only become involved in this case by chance.
  1. We therefore believe that we have a legitimate right to urge Australia and Bahrain to talk to each other and find a mutually agreeable solution. No matter what that solution may be, Thailand stands ready to support it in order to achieve a result that is mutually satisfactory (win-win) for all.
  1. Thailand hopes that Australia and Bahrain will have the goodwill to earnestly work together towards finding a win-win solution to this issue. In that way, we believe that those following this case in Thailand and around the world will praise both Australia and Bahrain for their efforts.

 

source: http://www.mfa.go.th/main/en/news3/6886/99433-Ministry-of-Foreign-Affairs%E2%80%99-Statement-on-the-Aust.html

{{ 'FOOTER_THEEMBASSY' | translate }}
{{ 'FOOTER_REGISTRATION' | translate }}
{{ 'FOOTER_AUTHENTICATION' | translate }}
{{ 'FOOTER_CONTACTUS' | translate }}
  • +61 2 6206 0100

  • เบอร์โทรศัพท์นอกเวลาทำการ กรณีฉุกเฉิน o๔o๒๗๓๕๖๔๒
  • The Royal Thai Embassy
    111 Empire Circuit
    Yarralumla ACT 2600
    Australia

  • thaican@mfa.go.th
  • FACEBOOK
  • Google Maps